| |
1.
สถานที่ฝึกสะอาดอากาศถ่ายเท บรรยากาศปลอดโปร่ง
2. ฝึกก่อนหรือหลังอาหาร 1 2 ชั่วโมง
3. แต่งกายรัดกุม ไม่สวมแว่นตา นาฬิกา หรือเครื่องประดับ
4. อบอุ่นร่างกายก่อนการฝึกทุกครั้ง (ยืดเส้นสายตามแบบฉบับโยคะ)
5. Yoga Mat หรืออาสนะต้องได้มาตรฐานป้องกันอันตราย
6. จบการฝึก ต้องพักผ่อนด้วยท่าศพอาสนะทุกครั้ง
7. ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ ทุกครั้งหลังการฝึก |


| |
1.
ห้ามผู้ป่วยไข้ อ่อนเพลีย เมาค้าง สตรีมีครรภ์ต่ำกว่า
4 เดือน มีรอบเดือน (เฉพาะวันมามาก) ผ่านการผ่าตัดต่ำกว่า
3 6 เดือน (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน)
2. เมื่อมีอาการเจ็บปวดระหว่างฝึกให้หยุดพักทันที
(ห้ามฝ่าฝืน)
3. ฝืนคำสั่งคำแนะนำ ปฏิบัติท่านอกแบบจากครูอาจเกิดอันตรายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
4. ผู้ฝึกต้องอดทน ไม่ใจร้อนรวบรัดขั้นตอนในการฝึก
มีวินัย มีความตั้งใจจริง และมีสมาธิอย่างสูงในการฝึก
เชื่อมั่นในตัวครูเพื่อประสิทธิผลของผู้ฝึกเอง |


การปรับแต่ละอาสนะ
ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสรีระพยาธิ ของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความสามารถไม่เท่ากัน
เพราะผู้ฝึกมุ่งเน้นที่ประโยชน์สูงสุด คือ การเคลื่อนไหวร่างกายให้สมดุลกับลมหายใจเข้า
ออก โดยเน้นที่ความเพียรพยายามฝึกให้จิตรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวทั้งรูปภายนอก
คือกาย และรูปภายใน คือลมหายใจเข้า - ออก จึงเป็นเหตุให้จิตสงบอยู่ภายในเรือนกาย
ไม่ซัดส่ายฟุ้งซ่าน วิตกกังวลถึงอดีตหรืออนาคต ให้รู้อยู่แต่เฉพาะปัจจุบันขณะที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาหรือหยุดสงบนิ่ง
เรียกว่ามีสติระลึกได้อยู่ทุกขณะ
จิตที่รู้อยู่กับการเคลื่อนไหวหรือหยุดนิ่ง
รู้จักควบคุมให้หยุดนิ่งอยู่กับปัจจุบันนั้น เป็นจิตที่มีพลังงานมหาศาล
ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตสูงสุดทั้งทางโลกและทางธรรม ผู้ฝึกจะเกิดความรู้และความเข้าใจภายในเฉพาะตน

ซึ่งต่างจากการกระทำใด
ๆ โดยปราศจากความระลึกรู้สึกตัวเรียกว่าขาดสติ หรือเป็นผู้ที่มีสมาธิสั้น
ขาดความยับยั้งชั่งใจ จึงทำให้เกิดความวิบัติทั้งร่างกายและจิตใจอ่อนแอลง
จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ ทั้งโรคกายและโรคใจ
มนุษย์จึงควรเรียนรู้วิถีธรรมแห่งธรรมชาติตามกฏแห่ง
"พระไตรลักษณ์" คือ อุปาทะ (การเกิดขึ้น)
ฐีติ (การตั้งอยู่) และพังคะ (การดับไป)
โดยการฝึกให้มีสติ (ระลึกได้) เพื่อควบคุมจิตใจให้เกิดปัญญา
มีดวงตาเห็นธรรม เข้าใจถึงความจริงแท้แห่งชีวิต ว่าสรรพสิ่งในโลกล้วนแล้วแต่เป็นสภาพแห่งอนิจจัง
คือ ความไม่เที่ยง เพื่อบรรเทาเบาคลายความยึดมั่นถือมั่นจนเป็นเหตุให้เกิดทุกข์นั่นเอง
เมื่อมนุษย์เข้าใจเช่นนี้แล้ว
ความสุข สงบ สันติ อันเป็นความสุขเย็นก็จะเกิดขึ้นภายในจิตใจของผู้นั้น
และที่สุดความสุขนั้นยังได้เผื่อแผ่มายังบุคคลรอบข้าง เพราะเหตุ
"กายดี จิตดี เพื่อชีวิตดีงาม"
